บ้านมือสองระหว่างการรีโนเวท

ซื้อบ้านมือสองแล้วรีโนเวทเองดีไหม? พร้อมเจาะลึกค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

การซื้อ บ้านมือสอง เป็นทางเลือกที่หลายคนสนใจ เพราะราคามักถูกกว่าบ้านใหม่ และบางทำเลไม่มีโครงการใหมให้เลือกแล้ว แต่บ้านที่คุณถูกใจ อาจไม่สวยหรือพร้อมอยู่ในทันที คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือ...

“ควรซื้อบ้านมือสองแล้วรีโนเวทเองดีไหม?”

“จะประหยัดจริงหรือกลับแพงกว่าซื้อบ้านใหม่?”

“ค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทบ้านมีอะไรบ้าง?”

บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น ทั้งในด้านข้อดี-ข้อเสียของการรีโนเวทบ้านมือสอง, ประเภทของค่าใช้จ่ายที่มักเจอ, รวมถึงแนวทางการวางแผนงบประมาณที่ทำให้คุณไม่ต้องปวดหัวภายหลัง

ซื้อบ้านมือสองแล้วรีโนเวทเอง ดีกว่าซื้อบ้านใหม่หรือไม่?

ข้อดีของการรีโนเวทบ้านมือสอง

  • ราคาบ้านถูกกว่าบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน
  • มีอิสระในการออกแบบ รีโนเวทให้ตรงไลฟ์สไตล์ เช่น ต่อเติมห้องครัว, ทำห้องทำงาน ฯลฯ
  • บ้านเก่าในย่านใจกลางเมือง บางแห่งมีที่ดินแปลงใหญ่กว่าโครงการใหม่
  • เหมาะกับคนที่มีงบประมาณยืดหยุ่น และวางแผนระยะยาว

ข้อควรระวังหากคิดจะรีโนเวทเอง

  • ต้องตรวจสอบ โครงสร้างเดิม อย่างละเอียด หากฐานรากไม่ดี อาจต้องซ่อมใหญ่
  • งบบานปลายจากสิ่งที่ไม่คาดคิด เช่น เจอปลวก, เดินระบบไฟใหม่
  • ต้องใช้เวลา — บ้านอาจเข้าอยู่ไม่ได้ทันที
  • เอกสารและใบอนุญาต บางกรณีต้องยื่นขออนุญาตปรับปรุง
  • หากรีโนเวทผิดจุด อาจทำให้มูลค่าบ้านลดลงแทนที่จะเพิ่มขึ้น

ค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ หากจะรีโนเวทบ้านมือสอง

1. ค่าซ่อมแซมโครงสร้างหลัก

  • รอยร้าว, พื้นทรุด, เสา-คานแตกร้าว, น้ำรั่วจากหลังคา
  • ราคาขึ้นอยู่กับความเสียหาย
  • อาจเริ่มต้นตั้งแต่ 50,000 บาท ไปจนถึงหลักแสน
  • ถ้าเป็นบ้านเก่าเกิน 20 ปี ควรให้วิศวกรตรวจสภาพก่อนเสมอ

2. ค่าปรับปรุงระบบไฟฟ้า-ประปา

  • บ้านเก่าเดินระบบไฟไม่รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่
  • เดินสายไฟใหม่ทั้งหลัง เริ่มต้น ~30,000–80,000 บาท (ขึ้นกับขนาดบ้าน)
  • เปลี่ยนท่อน้ำ/สุขภัณฑ์ ~20,000–50,000 บาท

3. ค่าตกแต่งภายในและวัสดุ

  • ทาสีทั้งหลัง: ~25,000–70,000 บาท (ขึ้นกับพื้นที่และสีที่เลือก)
  • เปลี่ยนพื้น (กระเบื้อง/ลามิเนต/ปาร์เก้): ~600–1,200 บาท/ตร.ม.
  • บิวท์อินเฟอร์นิเจอร์: แล้วแต่ดีไซน์ เริ่มต้นหลักหมื่น
  • เน้นฟังก์ชันที่ใช้จริงก่อนตกแต่งเพื่อความสวยงาม

4. ค่าต่อเติม/เปลี่ยนโครงสร้างบางส่วน

  • ต่อเติมครัวหลังบ้าน: เริ่ม ~80,000 บาทขึ้นไป
  • ต่อเติมห้องเพิ่ม: ต้องคำนวณน้ำหนัก โครงสร้างเดิมรองรับได้ไหม?
  • กรณีเปลี่ยนหลังคาใหม่ อาจสูงถึง 100,000–300,000 บาท

5. ค่าดำเนินการอื่น ๆ ที่หลายคนลืมนึกถึง

รายการรายละเอียด
ค่ารื้อถอน ทุบบ้าน/ย้ายกำแพงเก่า
ค่าออกแบบ ว่าจ้างสถาปนิกหรืออินทีเรีย
ค่าขออนุญาต บางเทศบาลต้องยื่นปรับปรุงอาคาร
ค่าควบคุมงาน ถ้าไม่มีเวลาดูแล ควรมีผู้ควบคุมงาน


รวมงบประมาณเบื้องต้นสำหรับรีโนเวทบ้านมือสอง

รายการงบประมาณโดยประมาณ
ซ่อมโครงสร้าง 50,000–200,000+ บาท
ไฟฟ้า-ประปา 50,000–100,000 บาท
ทาสี + ปูพื้น 30,000–100,000 บาท
ตกแต่ง/เฟอร์นิเจอร์ 50,000–300,000+ บาท
ค่าดำเนินการอื่น ๆ 10,000–50,000 บาท


รวมทั้งหมด เริ่มต้นที่ ~200,000 บาท และอาจแตะ 700,000+ บาทสำหรับบ้านขนาดกลาง-ใหญ่

ซื้อบ้านมือสองรีโนเวทเอง เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการ บ้านในทำเลดี แต่ไม่สามารถซื้อบ้านใหม่ได้
  • คนที่มีวิสัยทัศน์และสามารถ ปรับเปลี่ยนบ้านให้ตรงไลฟ์สไตล์
  • ผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณเอง แทนที่จะจ่ายค่าตกแต่งสำเร็จรูป
  • นักลงทุนอสังหาฯ ที่ต้องการซื้อรีโนเวทแล้วปล่อยเช่า / ขายต่อ

FAQ: เจาะลึกการรีโนเวทบ้านมือสอง ให้คุ้มค่าและไม่ปวดหัว

1. ระหว่าง "รีโนเวทบ้านมือสอง" กับ "ซื้อบ้านใหม่" แบบไหนประหยัดกว่ากันแน่?

ในเชิง "ราคาซื้อ" บ้านมือสองมักถูกกว่า 20-40% ในทำเลเดียวกัน แต่ความประหยัดจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อ "โครงสร้างเดิมยังแข็งแรง" หากคุณซื้อบ้านที่โครงสร้างทรุดหนักจนต้องรื้อฐานรากใหม่ ค่าซ่อมอาจบานปลายจนเท่ากับซื้อบ้านใหม่ได้ ดังนั้น การให้วิศวกรช่วยตรวจบ้านก่อนซื้อจึงเป็นขั้นตอนที่คุ้มค่าที่สุด

2. มี "ค่าใช้จ่ายแฝง" อะไรบ้างที่คนมักลืมคำนวณในงบรีโนเวท?

นอกจากค่าวัสดุและค่าแรงแล้ว สิ่งที่มักถูกลืมคือ:

  • ค่ารื้อถอนและขนย้ายขยะ: การทุบผนังหรือรื้อพื้นเดิมมีค่าใช้จ่ายในการจ้างรถขนไปทิ้ง
  • งบเผื่อฉุกเฉิน (Contingency Fund): ควรเผื่อไว้ประมาณ 10-15% ของงบทั้งหมด เพราะงานรีโนเวทมักจะเจอ "ปัญหาซ่อนเร้น" หลังจากเริ่มทุบ เช่น เจอปลวกกินในผนังหรือสายไฟเก่าที่ต้องเดินใหม่หมด

3. การรีโนเวทบ้านเก่าเกิน 20 ปี ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องไหนเป็นอันดับแรก?

"ระบบไฟฟ้าและประปา" เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ใช้ไฟเยอะขึ้น (เช่น แอร์หลายตัว, เครื่องทำน้ำอุ่น, จุดชาร์จรถ EV) สายไฟเก่าอาจรับภาระไม่ไหวเสี่ยงไฟไหม้ ส่วนท่อประปาเหล็กสมัยก่อนมักจะผุหรือมีสนิมข้างใน การเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่แรกจะคุ้มค่ากว่ามาทุบซ่อมหลังจากเข้าอยู่แล้ว

4. จะเริ่มต้นวางแผนงบประมาณอย่างไรไม่ให้บานปลาย?

แนะนำให้แบ่งลำดับความสำคัญตามนี้

  • งานโครงสร้างและหลังคา: ต้องมาเป็นอันดับแรกเพื่อให้บ้านปลอดภัยและไม่รั่วซึม
  • งานระบบ (ไฟ/น้ำ): หัวใจหลักของการอยู่อาศัย
  • งานผิว (ทาสี/ปูพื้น): ส่วนที่เห็นชัดที่สุด
  • งานตกแต่ง (เฟอร์นิเจอร์/บิวท์อิน): สามารถทยอยทำทีหลังได้ตามงบที่เหลือ

5. ต้องขออนุญาตเขต/เทศบาลไหม หากเป็นการรีโนเวทบ้านเราเอง?

หากเป็นการทาสีหรือเปลี่ยนวัสดุพื้นผิว ไม่ต้องขอ แต่ถ้ามี "การดัดแปลงโครงสร้าง" (เช่น เพิ่มห้อง, ทุบเสา, เปลี่ยนน้ำหนักโครงสร้างเกิน 10%) หรือ "ขยายพื้นที่ชั้นเดิมเกิน 5 ตร.ม." ตามกฎหมายต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคารเพื่อให้ถูกต้องและปลอดภัย

ตัดสินใจอย่างไรให้คุ้ม?

การซื้อบ้านมือสองแล้วรีโนเวทเองนั้น ดีและคุ้มค่าได้ ถ้าคุณเตรียมตัวให้พร้อมและมีแผนที่ชัดเจน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่กล่าวมาในบทความนี้ จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมทั้งด้านการเงินและเวลา

หากคุณเป็นคนที่อยากได้ “บ้านในแบบของคุณ” และพร้อมบริหารงบอย่างยืดหยุ่น การรีโนเวทคือทางเลือกที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าคุณมีงบจำกัด เวลาน้อย และต้องการบ้านที่พร้อมอยู่ทันที บ้านมือสองที่ปรับปรุงเสร็จแล้วอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

คำแนะนำสุดท้าย: ก่อนตัดสินใจ ให้ตรวจสอบสภาพบ้านให้ละเอียด ขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมาอย่างน้อย 2–3 ราย และคำนวณงบเผื่อไว้เสมอ เพื่อให้ได้บ้านที่สวยตรงใจ และไม่มีปัญหาหลังเข้าอยู่

พร้อมจะเริ่มรีโนเวทบ้านในฝันของคุณแล้วหรือยัง?

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นอย่างมั่นใจ ด้วยบ้านมือสองคุณภาพดี ทำเลศักยภาพ พร้อมแนะนำแนวทางรีโนเวทที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณ

เลือกชมบ้านมือสอง ที่ดิน และอาคารพาณิชย์ได้ที่: รายการทรัพย์

ติดต่อสอบถามรายละเอียด 

ติดต่อช่องทาง line 

Visitors: 131,153