ทาวน์เฮ้าส์มือสองสองชั้น รีโนเวทใหม่

ซื้อทาวน์เฮ้าส์มือสองต้องระวังอะไรบ้าง? สรุปจากประสบการณ์จริงของคนเคยซื้อ

ทาวน์เฮ้าส์มือสองเป็นทางเลือกที่หลายคนสนใจ เพราะราคามักถูกกว่าบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน และเข้าอยู่ได้เร็วกว่า แต่ในความน่าสนใจนั้นแฝงด้วยรายละเอียดสำคัญที่ผู้ซื้อมือใหม่หลายคนมองข้าม

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ สิ่งที่ต้องระวัง ก่อนตัดสินใจซื้อทาวน์เฮ้าส์มือสอง พร้อมแชร์ ประสบการณ์จริง จากผู้ซื้อบ้านที่เคยเจอปัญหา ตั้งแต่เรื่องโครงสร้าง, เอกสารสิทธิ์, ภาระซ่อนเร้น ไปจนถึงปัญหาเพื่อนบ้านที่หลายคนไม่คาดคิด อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่า ต้องตรวจอะไร? ถามอะไร? และไม่พลาดอะไรที่สำคัญก่อนจะเซ็นสัญญาซื้อบ้าน

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อต้องซื้อทาวน์เฮ้าส์มือสอง

1. โครงสร้างบ้านเก่า อาจดูดีแค่ภายนอก

  • หลายหลังทาสีใหม่ ดูภายนอกดี แต่ภายในมีปัญหาร้าว ทรุด หรือชื้นสะสม
  • จุดที่ควรเช็ก:แนะนำให้พา วิศวกรตรวจบ้าน หรือผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้ไปตรวจสภาพจริงก่อนตกลงซื้อ
    • รอยร้าวผนังและเพดาน
    • พื้นทรุดหรือยุบ
    • กลิ่นอับหรือเชื้อราในห้องน้ำ

บ้านเก่าที่ไม่ดูให้ละเอียด อาจต้องซ่อมใหญ่ภายหลังและเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าที่คิด

2. ระบบไฟฟ้า-ประปาใช้งานไม่ได้ตามมาตรฐาน

  • บ้านเก่าอายุ 10–20 ปี มักเดินสายไฟตามแบบเก่า ไม่รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่
  • ท่อประปาเก่า อาจมีการรั่วซึม หรือแอบใช้ท่อพีวีซีคุณภาพต่ำ

  • ควรทดสอบ:
    • ปลั๊กไฟ, เบรกเกอร์, เปิด-ปิดน้ำทุกจุด
    • การระบายน้ำในห้องน้ำ
    • สังเกตคราบน้ำบนเพดานหรือผนัง

3. เอกสารสิทธิ์และภาระหนี้บ้าน

  • ตรวจสอบว่า ชื่อในโฉนดตรงกับผู้ขายหรือไม่
  • บ้านมีการจำนองกับธนาคารอยู่หรือไม่?
  • มีข้อจำกัดเรื่องการขายหรือโอนหรือไม่ (เช่น ค้างภาษีที่ดิน, ค่าธรรมเนียมโครงการ)

ตรวจสอบได้ที่กรมที่ดิน หรือใช้บริการทนายอสังหาริมทรัพย์ช่วยเช็ก

หลายคนเสียเงินจองไปแล้ว ถึงรู้ทีหลังว่าโฉนดไม่ถูกต้อง หรือผู้ขายไม่มีสิทธิ์ขายจริง

4. ค่าส่วนกลางและภาระผูกพันกับนิติบุคคล

  • บางโครงการมีค้างค่าส่วนกลาง ซึ่งผู้ซื้อใหม่อาจต้องรับผิดชอบ
  • ถ้าต่อเติมบ้านผิดแบบ อาจต้องรื้อหรือจ่ายค่าปรับ
  • ควรถามนิติบุคคลก่อนซื้อ:
    • บ้านหลังนี้มีภาระค้างชำระไหม?
    • มีเรื่องร้องเรียนจากเพื่อนบ้านหรือไม่?
    • เคยมีประวัติการฟ้องร้องเกี่ยวกับบ้านหรือไม่?

5. ปัญหาเพื่อนบ้านและสภาพแวดล้อม

  • บ้านมือสองคุณเปลี่ยนได้ แต่ “เพื่อนบ้านเปลี่ยนไม่ได้”
  • แนะนำให้:
    • ลองมาสำรวจพื้นที่ช่วงเย็นหรือวันหยุด ว่าบรรยากาศรอบบ้านเป็นอย่างไร
    • ถามเพื่อนบ้านข้างเคียงเกี่ยวกับความเป็นอยู่
    • ตรวจสอบว่ามีสถานที่เสียงดังใกล้เคียงหรือไม่ เช่น ผับ, ร้านอาหาร, ลานจอดรถสาธารณะ

6. การต่อเติมผิดแบบ/ผิดกฎหมาย

  • เจ้าของเดิมอาจต่อเติมผิดจากแบบที่ขออนุญาตไว้ เช่น:หากคุณกู้ธนาคาร ระบบประเมินราคาจะมองเฉพาะพื้นที่ถูกกฎหมาย
    • ต่อเติมครัวล้ำแนวเขต
    • ทุบผนังรับน้ำหนักโดยไม่มีวิศวกรควบคุม
  • อาจส่งผลให้กู้ไม่ผ่าน หรือได้วงเงินต่ำกว่าที่คาด

ขอแบบก่อสร้างเดิมจากเจ้าของบ้าน หรือจากสำนักงานเขต หากสงสัย

7. การรีโนเวทที่ต้องจ่ายมากกว่าที่คิด

  • หลายคนตั้งงบไว้ 1–2 แสน สุดท้ายจ่ายจริง 3–4 แสนบาท
  • ค่าซ่อมบานปลายเพราะเจอปัญหาภายหลัง เช่น ปลวก, น้ำรั่ว, พื้นทรุด

  • วิธีลดความเสี่ยง:
    • ให้ช่างประเมินราคาก่อนซื้อ
    • ทำรายการสิ่งที่ต้องซ่อม/เปลี่ยน พร้อมงบประมาณเผื่อไว้เสมอ

สรุปประสบการณ์จริงจากผู้ซื้อทาวน์เฮ้าส์มือสอง

“ตอนซื้อบ้านดูแค่สวยภายนอก พออยู่จริงหลังคารั่วตอนฝนตก ต้องรื้อใหม่ทั้งแผง”

“ไม่เช็กเอกสารให้ละเอียด สุดท้ายโฉนดอยู่ระหว่างการฟ้องร้อง โอนไม่ได้”

“เพื่อนบ้านเลี้ยงหมาไว้หลายตัว เสียงดังตลอดทั้งวัน ทั้งคืน อยู่ได้แค่ 6 เดือน ต้องขายต่อ”

ประสบการณ์จริงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเตรียมตัวให้ดีตั้งแต่ก่อนซื้อ จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้มาก

FAQ: เจาะลึกจุดเสี่ยงทาวน์เฮ้าส์มือสองที่คุณต้องเช็กให้ชัวร์

1. "ผนังร่วม" (Shared Wall) ของทาวน์เฮ้าส์มือสอง มีจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ "เสียงและรอยร้าว" ควรตรวจสอบว่าผนังที่ติดกับบ้านข้างๆ มีรอยแตกร้าวที่ลามมาจากโครงสร้างหรือไม่ รวมถึงปัญหา "เสียงรบกวน" หากเจ้าของเดิมไม่ได้บุผนังกันเสียงหรือผนังบางเกินไป อาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวของคุณในระยะยาว

2. การต่อเติม "ครัวหลังบ้าน" ของทาวน์เฮ้าส์มือสอง มักเจอปัญหาอะไรบ่อยที่สุด?

ปัญหา "การทรุดตัวแยกออกจากตัวบ้าน" ทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่มักต่อเติมครัวภายหลังโดยไม่ได้ลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้าน ทำให้เกิดรอยแยกและนำไปสู่ปัญหา "หลังคารั่วซึม" ในเวลาต่อมา หากพบรอยแยกขนาดใหญ่ระหว่างตัวบ้านหลักกับส่วนต่อเติม ให้เผื่องบประมาณสำหรับการรื้อและทำระบบกันซึมใหม่ไว้ได้เลย

3. จะรู้ได้อย่างไรว่าทาวน์เฮ้าส์ที่เราสนใจมี "ปัญหาเพื่อนบ้าน" หรือไม่?

เทคนิคที่ได้ผลที่สุดคือ "การมาดูบ้านในเวลาที่ต่างกัน" เช่น มาดูช่วงหัวค่ำหรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเช็กว่ามีการจอดรถขวางหน้าบ้านไหม เพื่อนบ้านมีการสังสรรค์เสียงดัง หรือเลี้ยงสัตว์ในที่แคบจนส่งกลิ่นรบกวนหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ "นิติบุคคล" หรือ "นายหน้า" อาจไม่ได้บอกคุณทั้งหมด
       

4. ปัญหาเรื่อง "ที่จอดรถ" ในทาวน์เฮ้าส์มือสอง ตรวจสอบอย่างไรไม่ให้พลาด?

ทาวน์เฮ้าส์รุ่นเก่ามักออกแบบมาสำหรับรถขนาดเล็ก ให้คุณลองวัดความกว้างของหน้าบ้านและในรั้วว่ารถของคุณจอดได้จริงไหม และที่สำคัญคือ "ถนนหน้าบ้านกว้างพอไหม" หากฝั่งตรงข้ามจอดรถหน้าบ้านเช่นกัน คุณจะเลี้ยวเข้า-ออกลำบากมาก ปัญหานี้เป็นสาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาทระหว่างเพื่อนบ้านในโครงการทาวน์เฮ้าส์

5. หากเจ้าของเดิมต่อเติมจนเต็มพื้นที่ จะส่งผลต่อการ "ขอกู้ธนาคาร" อย่างไร?

ธนาคารจะประเมินราคาตาม "แบบแปลนที่จดทะเบียนไว้" เท่านั้น หากมีการต่อเติมที่ผิดกฎหมาย (เช่น ปิดช่องว่างระหว่างอาคารจนหมด) บริษัทประเมินอาจไม่นำพื้นที่ส่วนนั้นมาคิดมูลค่า หรือในกรณีเลวร้ายหากการต่อเติมส่งผลต่อโครงสร้างหลักอย่างมีนัยสำคัญ ธนาคารอาจไม่อนุมัติเงินกู้ได้

ซื้อทาวน์เฮ้าส์มือสอง ต้องรอบคอบกว่าที่คิด

ทาวน์เฮ้าส์มือสองอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ทั้งในด้านทำเลและราคา แต่เบื้องหลังดีลที่ดูเหมือน “โชคดี” อาจซ่อนความเสี่ยงไว้หลายด้าน สิ่งที่ดูไม่เป็นปัญหาในตอนแรก อาจกลายเป็นภาระหนักเมื่อคุณเข้าอยู่

ดังนั้น การตรวจสอบทั้งด้านเอกสาร, โครงสร้าง, ระบบภายใน และบรรยากาศรอบบ้าน จึงเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อบ้านทุกคนไม่ควรมองข้าม

  • ใช้เวลาตรวจสอบก่อนซื้อ มากกว่าต้องมาเสียใจทีหลัง
  • บ้านดีไม่จำเป็นต้องใหม่ แต่ต้องชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้

กำลังมองหาทาวน์เฮ้าส์มือสอง อาคารพาณิชย์ หรือคอนโดในทำเลดีอยู่ใช่ไหม?

ให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก HomePlus Estates ช่วยคุณค้นหาอสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ พร้อมตรวจสอบเอกสารและความเสี่ยงเบื้องต้น เพื่อให้คุณซื้อได้อย่างมั่นใจ และไม่มีเซอร์ไพรส์หลังโอน

ดูรายการทาวน์เฮ้าส์ อาคาร คอนโดมือสอง พร้อมเข้าอยู่ได้เลยที่: รายการทรัพย์

ติดต่อสอบถามรายละเอียด 

ติดต่อช่องทาง line 

Visitors: 131,153